GCalendar Next Event
No events found.
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
Home การขออนุญาตเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์

การขออนุญาตเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์

งานทะเบียนราษฎรและบัตร
มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการให้บริการด้านการขอเลขหมายประจำบ้าน การแจ้งรื้อ-ถอนบ้าน การรับแจ้งย้ายเข้า ย้ายออก และแจ้งย้ายปลายทาง รับแจ้งเกิด-การตาย การเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน การแก้ไขรายการทะเบียนราษฎร งานการเลือกตั้งการลง ประชามติ และงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

การรื้อถอน
ขั้นตอนการให้บริการ

1. ผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตรื้อถอนอาคารตามแบบคำขอ อนุญาตก่อสร้าง รื้อถอนดัดแปลง
(แบบ ข.1) พร้อมเอกสาร
2. นายตรวจ ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น / ตรวจสอบผังเมือง และตรวจสอบสภาพสาธารณะ
3. นายช่าง / วิศวกรตรวจพิจารณาแบบ
4. เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณา คำขออนุญาตรื้อถอนอาคาร
เอกสารประกอบการพิจารณา
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต
2. สำเนาโฉนดที่ดินแปลงที่ตั้งของอาคารที่ขออนุญาตรื้อถอน ขนาดเท่าต้นฉบับทุกหน้า
3. หนังสือรับรองของผู้ประกอบการวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของผู้ออกแบบ ขั้นตอนวิธีการ และป้องกันวัสดุร่วงหล่นในการรื้อถอนอาคาร (กรณีที่เป็นอาคารมีลักษณะ ขนาด อยู่ในประเภทเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม)
4. หนังสือแสดงความยินยอมของวิศวกรผู้ควบคุมงาน (แบบ น.4)
5. แผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลน

การแจ้งย้ายที่อยู่
1. เมื่อมีผู้ย้ายที่อยู่ออกจากบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งย้ายออกต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้ายออก
2. เมื่อมีผู้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้งย้ายเข้าต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้ายเข้า
3. กรณีอยู่นอกเขตเทศบาลหรือกรุงเทพมหานครให้แจ้งการย้าย ณ ที่ว่าการอำเภอในท้องที่นั้น
4. กรณีอยู่ในเขตเทศบาลหรือกรุงเทพมหานครให้แจ้งการย้าย ณ สำนักงานเทศบาลหรือสำนักงานเขตนั้นๆ
แล้วแต่กรณี
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
- บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
- บัตรประจำตัวของผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีมอบหมาย)
- หนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน (ถ้ามี) (กรณีย้ายเข้าจะต้องมีใบแจ้งย้ายที่อยู่อีกด้วย)
6. ถ้าไม่แจ้งย้ายที่อยู่ภายในกำหนด ตามข้อ 1-2 มีความผิดตามกฎหมายต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
การแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทาง

1. เมื่อผู้ที่ย้ายที่อยู่ ได้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่โดยที่ยังไม่ได้ย้ายออกจากบ้านเดิมสามารถไปแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทาง
ที่สำนักงานทะเบียนบ้านแห่งท้องที่ที่อยู่ใหม่ได้
2. ต้องแจ้งย้ายปลายทางภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ย้ายออกจากบ้านเดิม
3. กรณีอยู่นอกเขตเทศบาล หรือกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งย้ายปลายทาง ณ ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอ แห่งที่อยู่ใหม่นั้น
4. กรณีอยู่ในเขตเทศบาลหรือกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งย้ายปลายทาง ณ สำนักงานเขตเทศบาลหรือสำนักงานเขต ที่อยู่ใหม่นั้น ๆ แล้วแต่กรณี
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของบ้านที่เข้าไปอยู่ใหม่
- บัตรประจำตัวของผู้ขอย้ายปลายทาง และบัตรฯ ของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้าไปอยู่ใหม่
- หนังสือแสดงความยินยอมให้ย้ายเข้าของเจ้าบ้าน
6. ค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย 5 บาท
7. ถ้าไม่แจ้งย้ายภายในกำหนด มีความผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

การแจ้งเกิด
1. ให้แจ้งเกิดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันเกิด
2. ถ้าเกิดในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าเกิดนอกบ้านให้บิดาหรือมารดาเป็นผู้แจ้งการเกิด
3. การแจ้งเกิดต้องแจ้งในท้องที่ที่เด็กเกิด
4. ในกรณีที่เด็กเกิดเกิน 15 วันผู้แจ้งต้องไปแจ้งท้องที่ที่มีชื่ออยู่ปัจจุบัน
5. ผู้แจ้งเกิดต้องตั้งชื่อเด็กที่จะขอแจ้งเกิดให้เรียบร้อย
6. ผู้แจ้งเกิดต้องเตรียมหลักฐาน ดังนี้
- บัตรประจำตัวผู้แจ้ง
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
- หนังสือรับรองการเกิดซึ่งแพทย์ผู้ทำคลอดเป็นผู้ออกให้
7. ถ้าไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา มีความผิดตามกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

การแจ้งตาย
1. ถ้าตายในบ้านให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้ง 
2. ถ้าตายนอกบ้าน ให้ผู้ที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
3. ให้แจ้งการตายภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือพบศพ
4. ให้แจ้งการตายต่อกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ในท้องที่นั้นๆ
5. หลัดฐานที่ต้องเตรียมไป
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านซึ่งมีชื่อผู้ตาย (ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวของผู้ตาย (ถ้ามี) และบัตรของฯ ของผู้แจ้ง
- หนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาล (ถ้ามี)
6. ถ้าไม่แจ้งตายภายในเวลา มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

บัตรประจำตัวประชาชน
คุณสมบัติของผู้ที่จะต้องขอมีบัตรประตัวประชาชน
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
2. ต้องใบขอทำบัตรฯ ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ เขตเทศบาล หรือเมืองพัทยา ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ภายใน 90 วันนับแต่วันที่อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์
3. บัตรฯ ชำรุดหรือสูญหาย ต้องยื่นคำขอมีบัตรใหม่ภายใน 90 วัน
4. อายุของบัตรฯ กำหนดให้ใช้ 6 ปี เมื่อบัตรฯ หมดอายุต้องขอมีบัตรใหม่ภายใน 90 วัน นับจากวันที่บัตรฯหมดอายุ
5. หลักฐานที่ต้องเตรียมไป
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
- บัตรฯ เดิม (กรณีบัตรฯ เดิมชำรุด)
- เอกสารราชการอื่นอย่างอื่น เช่นใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อตัว หรือ ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- ถ้ามีแต่สำเนาทะเบียนบ้าน ให้นำเจ้าบ้านหรือผู้ที่น่าเชื่อถือได้ไปให้คำรับรอง
6. ไม่ยื่นคำร้องขอมีบัตรฯ ภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
7. บัตรฯ หมดอายุไม่ต่อบัตรฯ ภายในกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท